วิธีเปิด Ok Google ตั้งค่าอุปกรณ์ และใช้ Google Assistant หาเพลง

Ok Google ตั้งค่าอุปกรณ์ ทำได้ไม่ยาก แต่จุดที่หลายคนสะดุดคือเมนูที่ซ่อนอยู่ในหลายชั้นและขั้นตอนการจดจำเสียง บทความนี้สรุปวิธีเปิดใช้งานทีละขั้นตอนบนมือถือ Android พร้อมวิธีใช้ Google Assistant หาเพลง ทั้งการฮัมเพื่อค้นหาเพลงที่จำชื่อไม่ได้ และการแก้ปัญหาที่พบบ่อยอย่างเป็นระบบ

Ok Google คืออะไร ก่อนเริ่มตั้งค่า

Ok Google คือคำปลุกหรือคำสั่งเสียงที่ใช้เรียก Google Assistant ให้ตอบสนองโดยไม่ต้องแตะหน้าจอ โดยในปัจจุบัน Google ใช้คำปลุกหลักว่า Hey Google แต่ผู้ใช้สามารถพูด Ok Google ได้เช่นกัน ทั้งสองคำทำงานเหมือนกันเป๊ะ หลังเปิดใช้งานแล้ว เราสามารถสั่งโทรออก ส่งข้อความ เล่นเพลง ตั้งนาฬิกาปลุก หรือถามคำถามได้แบบแฮนด์ฟรี แม้หน้าจอจะดับอยู่

ระบบจะใช้เทคโนโลยี Voice Match เพื่อแยกเสียงของเจ้าของเครื่องออกจากคนอื่น ดังนั้นขั้นตอนการบันทึกเสียงตอนตั้งค่าจึงสำคัญ และต้องตรวจสอบเงื่อนไขขั้นต่ำของตัวเครื่องก่อนว่ารองรับหรือไม่

เช็กก่อนตั้งค่า อุปกรณ์พร้อมหรือยัง

เงื่อนไขขั้นต่ำของระบบที่ระบุในเอกสารผู้ผลิต

ระบบปฏิบัติการ

Android 5.0 ขึ้นไป (ฟีเจอร์บางอย่างต้อง 6.0 ขึ้นไป)

แอป Google

เวอร์ชัน 6.13 หรือใหม่กว่า

บริการระบบ

ติดตั้ง Google Play services ไว้แล้ว

หน้าจอ

ความละเอียดอย่างน้อย 720p

ภาษาเครื่อง

ตั้งเป็นภาษาที่ระบบรองรับ

สิทธิ์แอป

อนุญาตการเข้าถึงไมโครโฟนและบริการตำแหน่ง

Ok Google ตั้งค่าอุปกรณ์ ทีละขั้นตอนบนมือถือ Android

ขั้นตอนการตั้งค่าหลักที่ใช้ได้กับมือถือ Android ส่วนใหญ่มีดังนี้ โดยอาจแตกต่างเล็กน้อยตามรุ่นและเวอร์ชันของแอป Google

  • เปิดแอป Google แล้วแตะไอคอนโปรไฟล์มุมขวาบน
  • เลือก การตั้งค่า แล้วแตะ Google Assistant
  • แตะ Hey Google & Voice Match
  • เปิดสวิตช์ Hey Google แล้วทำตามคำแนะนำบนหน้าจอเพื่อบันทึกเสียง

ระหว่างบันทึกเสียง ระบบจะให้เราพูดคำปลุกหลายครั้งในสภาพแวดล้อมที่เงียบเพื่อสร้างรูปแบบเสียงของตัวเอง เมื่อเสร็จแล้ว เราสามารถเลือกเพิ่มเติมได้ว่าจะให้ Assistant ตอบสนองบนหน้าจอล็อกหรือไม่ ซึ่งสะดวกมากเมื่อต้องการสั่งการตอนหน้าจอดับ

สำหรับมือถือบางรุ่นอย่าง Xiaomi สามารถเข้าทางเมนูการตั้งค่าของเครื่องได้โดยตรง คือ แตะ Google ในการตั้งค่า จากนั้นเลือก บริการทั้งหมด > Search, Assistant & Voice > Google Assistant > Voice Match แล้วเปิด Ok Google ได้ทันที

วิธีเปิดใช้งานบนลำโพงอัจฉริยะและอุปกรณ์ในบ้าน

สำหรับลำโพงและอุปกรณ์อัจฉริยะในบ้าน เช่น Google Nest ให้เปิดแอป Google Home แล้วแตะการตั้งค่า จากนั้นเลือก Google Assistant ตามด้วย Voice Match เพื่อเปิดใช้งานสำหรับแต่ละอุปกรณ์ ข้อดีของการตั้งค่าบนลำโพงคือทุกคนในบ้านสามารถสอน Voice Match ของตัวเองแยกกันได้ ทำให้ Assistant แยกผู้ใช้และให้คำตอบเฉพาะบุคคล

แก้ไขปัญหาที่พบบ่อย

พูดแล้วไม่ตอบสนอง

สาเหตุยอดนิยมคือโหมดประหยัดแบตเตอรี่ที่จะปิดการฟังคำปลุกตลอดเวลาเอาไว้ วิธีแก้คือปิดโหมดประหยัดแบตเตอรี่ชั่วคราว หรือใช้การแตะเรียก Assistant แทน หากยังไม่หาย ให้อัปเดตแอป Google และบริการ Google Play เป็นเวอร์ชันล่าสุด

จำเสียงไม่ได้หรือผิดคนบ่อย

ให้เข้าเมนู Voice Match แล้วเลือกฝึกรูปแบบเสียงใหม่ (Retrain voice model) เพื่อบันทึกเสียงอีกครั้งในที่ที่เงียบกว่าเดิม นอกจากนี้ควรทราบว่าคำสั่งเสียงไม่ได้รองรับทุกภาษาเท่ากัน หากตั้งภาษาเครื่องเป็นภาษาที่ระบบรองรับไม่เต็มรูปแบบ ผลลัพธ์อาจไม่เสถียร

ใช้ Google Assistant หาเพลง ผ่านการฮัมไม่กี่วินาที

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจที่สุดของ Google Assistant คือการค้นหาเพลงด้วยเสียง โดยไม่ต้องรู้ชื่อเพลงหรือเนื้อเพลงเลย หลักการทำงานคือระบบจะแปลงทำนองที่เราฮัม ผิวปาก หรือร้องออกมาให้กลายเป็นลายนิ้วมือเชิงตัวเลขของเพลง แล้วเทียบกับคลังเพลงนับล้านเพลงในเวลาจริง โดยไม่จำเป็นต้องร้องตรงทำนองเป๊ะแต่อย่างใด

วิธีใช้งานมีสองทางหลัก คือ พูดว่า Hey Google, what’s this song แล้วเริ่มฮัมต่อทันที หรือเปิดแอป Google แตะไอคอนไมค์แล้วพูด what’s this song หรือแตะปุ่ม Search a song จากนั้นเริ่มฮัมต่อเนื่องประมาณ 10-15 วินาที ระบบจะแสดงเพลงที่ใกล้เคียงที่สุดพร้อมลิงก์ฟังต่อในแอปเพลงที่เราใช้

นอกจากนี้ฟีเจอร์นี้ยังใช้ค้นหาเพลงที่เปิดอยู่รอบตัวได้โดยไม่ต้องฮัม เพียงเปิดไมค์ให้ฟังเพลงที่กำลังเล่นอยู่ และต่อมาก็ขยายไปใช้งานในแอป YouTube ได้อีกด้วย

ผู้ที่อยากเห็นการสาธิตใช้งานจริงภาษาไทย สามารถรับชมการทดลองฮัมหาเพลงแบบสดๆ จากช่องเทคโนโลยีชื่อดังของไทยได้จากลิงก์ด้านล่าง

อ้างอิง: TechOffside ล้ำหน้าโชว์

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนใช้งาน

สิ่งแรกคือเรื่องภาษา ณ การเปิดตัวฟีเจอร์ Google ระบุว่ารองรับมากกว่า 20 ภาษาบน Android แต่บน iOS เปิดให้เฉพาะภาษาอังกฤษก่อน ดังนั้นผลลัพธ์การค้นหาเพลงไทยอาจแม่นยำต่างจากเพลงสากล สิ่งที่สองคือระยะเวลาฮัมที่แนะนำคือ 10-15 วินาที ซึ่งสั้นกว่าที่หลายคนคิด แต่ก็ยาวพอให้ระบุทำนองได้แม่นยำ

อีกข้อจำกัดหนึ่งคือฟีเจอร์นี้ต้องใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อส่งเสียงไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ จึงไม่สามารถใช้งานแบบออฟไลน์ได้ และหากเพลงนั้นเป็นทำนองที่ปรับเร็วหรือเวอร์ชันแปลกมาก ระบบอาจเสนอทางเลือกหลายเพลงให้เราคัดเลือกเอง

คำถามที่พบบ่อย

Ok Google กับ Hey Google ต่างกันไหม

ไม่ต่างกันในด้านการทำงาน ทั้งสองคำเป็นคำปลุกที่เรียก Google Assistant ชุดเดียวกัน แต่ในหน้าตั้งค่าปัจจุบัน Google ใช้ชื่อเมนูว่า Hey Google เป็นหลัก

ตั้งค่าแล้วพูดไม่ติด ต้องทำยังไง

ให้ตรวจสอบโหมดประหยัดแบตเตอรี่ อัปเดตแอป Google ฝึกรูปแบบเสียงใหม่ในเมนู Voice Match และลองพูดในที่เงียบกว่าเดิม หากทำครบแล้วยังไม่หาย ให้ตรวจสอบว่าภาษาเครื่องเป็นภาษาที่ระบบรองรับ

ผู้ที่จัดการบัญชี Google ของตนเองอยู่เป็นประจำ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ วิธีดูรหัสผ่านที่บันทึกไว้ใน Google บนมือถือและคอมพิวเตอร์ เพื่อดูแลความปลอดภัยบัญชีที่ใช้ร่วมกับ Assistant

ใช้ Google Assistant หาเพลงไทยได้ไหม

ได้ โดยเปิดคำสั่ง what’s this song แล้วฮัมทำนองหรือเปิดเพลงให้ฟัง แต่ความแม่นยำขึ้นอยู่กับความนิยมของเพลงและความชัดของทำนอง หากไม่เจอครั้งแรกให้ลองฮัมท่อนฮุกหรือท่อนที่จำได้ชัดที่สุดอีกครั้ง

บทสรุป

สรุปแล้ว Ok Google ตั้งค่าอุปกรณ์ เริ่มจากการเปิดแอป Google เข้าเมนู Google Assistant ตามด้วยการเปิดสวิตช์ Hey Google ใน Hey Google & Voice Match แล้วบันทึกเสียงของตัวเองให้ครบตามคำแนะนำ พร้อมตรวจสอบเงื่อนไขระบบและโหมดประหยัดแบตเตอรี่ที่มักเป็นตัวการทำให้คำปลุกใช้ไม่ได้

ส่วนฟีเจอร์ Google Assistant หาเพลง คือทักษะที่ควรเปิดใช้คู่กัน เพราะสามารถฮัมเพียง 10-15 วินาทีเพื่อค้นหาเพลงที่จำชื่อไม่ได้ หรือให้ฟังเพลงที่เปิดอยู่รอบตัวได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่ม ทั้งสองฟีเจอร์นี้รวมกันคือพื้นฐานการใช้มือถือแบบแฮนด์ฟรีที่ทุกคนควรตั้งค่าไว้ตั้งแต่วันแรกที่ใช้เครื่องใหม่