Google Slides คือเครื่องมือทำงานนำเสนอออนไลน์ที่ใช้งานได้ฟรีผ่านเบราว์เซอร์ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใดๆ และบันทึกงานอัตโนมัติไว้บน Google Drive
จุดที่หลายคนสะดุดตั้งแต่เริ่มต้นคือเรื่อง “ขนาดสไลด์” เพราะไฟล์ที่สร้างใหม่จะเป็นจอกว้าง 16:9 เสมอ แต่งานบางประเภท เช่น สไลด์สำหรับจอโปรเจกเตอร์รุ่นเก่า เอกสารแจกขนาด A4 หรือภาพสำหรับโซเชียลมีเดีย ต้องการสัดส่วนที่ต่างออกไป
บทความนี้จะพาไปดูว่า Google Slides คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง และวิธีตั้งค่าขนาด Google Slide แบบละเอียดทีละขั้นตอน
Google Slides คืออะไร
Google Slides คือแอปพลิเคชันสำหรับสร้างงานนำเสนอ (Presentation) ในชุด Google Workspace ทำงานบนคลาวด์เป็นหลัก ผู้ใช้เปิดงานผ่านเว็บเบราว์เซอร์หรือแอปบนมือถือได้ทันทีด้วยบัญชี Google โดยไม่ต้องซื้อไลเซนส์แยก ไฟล์งานจะถูกเก็บและบันทึกอัตโนมัติไว้ใน Google Drive ทำให้ไม่ต้องกดเซฟเองและไม่เสี่ยงงานหายเมื่อเครื่องดับ

อ้างอิง: Technology Land
Google Slides ใช้ทำอะไรได้บ้าง
โดยเนื้อแท้แล้ว Google Slides ทำหน้าที่เดียวกับโปรแกรมนำเสนอทั่วไป แต่จุดขายอยู่ที่การทำงานร่วมกันแบบออนไลน์ งานที่นิยมใช้ได้แก่
- สไลด์นำเสนอในที่ประชุม การเรียนการสอน หรือการพิตช์งานลูกค้า
- เอกสารสรุปโครงการที่ต้องให้หลายคนช่วยกันแก้ไขพร้อมกัน
- สื่อการสอนและใบงานที่แชร์ลิงก์ให้นักเรียนเข้าถึงได้ทันที
- ภาพกราฟิกอย่างง่าย เช่น อินโฟกราฟิกสั้นๆ หรือภาพประกอบโพสต์ เมื่อกำหนดขนาดสไลด์ให้ตรงตามที่ต้องการ
ฟีเจอร์พื้นฐานที่ควรรู้
ก่อนจะไปถึงเรื่องขนาดสไลด์ ควรรู้จักความสามารถหลักที่ Google ระบุไว้กับผลิตภัณฑ์นี้ก่อน เพราะหลายอย่างส่งผลต่อวิธีวางแผนงานตั้งแต่ต้น
- แก้ไขร่วมกันแบบเรียลไทม์ — หลายคนพิมพ์พร้อมกันได้ เห็นเคอร์เซอร์ของกันและกัน พร้อมระบบคอมเมนต์และมอบหมายงานในสไลด์
- เทมเพลตสำเร็จรูป — มีชุดเลย์เอาต์ ฟอนต์ และโทนสีให้เลือกใช้ รวมถึงเทมเพลตขององค์กรสำหรับผู้ใช้ Google Workspace แบบธุรกิจ
- ทำงานแบบออฟไลน์ได้ — เปิด สร้าง และแก้ไขงานได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต แล้วซิงก์อัตโนมัติเมื่อกลับมาออนไลน์
- รองรับไฟล์ PowerPoint — นำเข้าและแก้ไขไฟล์ .pptx ได้โดยตรง และส่งออกกลับเป็นรูปแบบอื่นได้
- ควบคุมสิทธิ์การแชร์ — กำหนดได้ว่าใครดูได้ ใครคอมเมนต์ได้ และใครแก้ไขได้
- ฟีเจอร์ AI (Gemini) — ช่วยร่างเนื้อหาสไลด์จากเอกสารใน Drive สร้างภาพประกอบ และสรุปเนื้อหา ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่ใช้งาน

อ้างอิง: demeter ict
ขนาด Google Slide มีอะไรบ้าง
Google Slides มีสัดส่วนสำเร็จรูปให้เลือกสามแบบ บวกกับตัวเลือกกำหนดเอง การเข้าใจว่าแต่ละแบบเหมาะกับอะไรจะช่วยลดงานแก้ทีหลังได้มาก
Widescreen 16:9 — ค่าเริ่มต้นของงานส่วนใหญ่
เป็นสัดส่วนที่ Google Slides ตั้งเป็นค่าเริ่มต้นให้ไฟล์ใหม่ ตรงกับอัตราส่วนของจอคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก ทีวี และโปรเจกเตอร์รุ่นใหม่เกือบทั้งหมด โดยทั่วไปมีขนาดราว 10 x 5.63 นิ้ว ถ้าไม่มีเหตุผลเฉพาะ ควรใช้ค่านี้
Standard 4:3 — สำหรับจอและโปรเจกเตอร์รุ่นเก่า
สัดส่วนจัตุรัสกว่า ขนาดมาตรฐานคือ 10 x 7.5 นิ้ว เหมาะกับห้องประชุมหรือห้องเรียนที่ยังใช้โปรเจกเตอร์แบบเก่า ถ้าฉาย 16:9 บนอุปกรณ์เหล่านั้นภาพจะถูกบีบหรือมีแถบดำ
Widescreen 16:10 — ทางเลือกกลางๆ
สัดส่วนนี้ตรงกับจอโน้ตบุ๊กและโปรเจกเตอร์บางรุ่นที่ใช้อัตราส่วน 16:10 ใช้เมื่อรู้แน่ชัดว่าจะฉายบนอุปกรณ์แบบนั้น มิฉะนั้นเลือก 16:9 จะปลอดภัยกว่า
Custom — กำหนดขนาดเอง
ตัวเลือกสำหรับงานที่ไม่ใช่การนำเสนอบนจอ เช่น เอกสาร A4 โปสเตอร์ ป้ายไวนิล หรือภาพสำหรับโซเชียลมีเดีย โดยระบุความกว้างและความสูงเป็นตัวเลขพร้อมเลือกหน่วยวัดได้เอง
วิธีตั้งค่าขนาด Google Slides ทีละขั้นตอน
การตั้งค่าขนาดทำผ่านเมนู Page setup (การตั้งค่าหน้า) บนเวอร์ชันเว็บผ่านคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นวิธีที่ตรงและครบที่สุด หากปกติทำงานบนแอปมือถือ แนะนำให้ตั้งขนาดจากคอมพิวเตอร์ให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยไปแก้เนื้อหาต่อบนมือถือ

อ้างอิง: iT24Hrs
ขั้นตอนที่ 1 — เข้าเมนู Page Setup
- เปิดไฟล์งานนำเสนอที่ต้องการใน Google Slides ผ่านเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์
- คลิกเมนู File ที่แถบด้านบนซ้าย (ถ้าตั้งค่าภาษาไทยไว้จะเห็นเป็น ไฟล์)
- เลือก Page setup (การตั้งค่าหน้า) จากรายการเมนูที่เลื่อนลงมา
- จะมีหน้าต่างเล็กแสดงขึ้นมาพร้อมช่องดรอปดาวน์ที่บอกขนาดปัจจุบันของไฟล์
ขั้นตอนที่ 2 — เลือกขนาดสไลด์แบบมาตรฐาน
- คลิกลูกศรชี้ลงในหน้าต่าง Page setup เพื่อเปิดรายการขนาด
- เลือกหนึ่งในตัวเลือกสำเร็จรูป ได้แก่ Standard (4:3), Widescreen (16:9) หรือ Widescreen (16:10)
- กด OK (ตกลง) เพื่อยืนยัน
- ขนาดใหม่จะถูกใช้กับทุกสไลด์ในไฟล์นั้น ไม่สามารถตั้งขนาดต่างกันรายสไลด์ได้ หากต้องการหลายขนาดให้แยกเป็นคนละไฟล์
ขั้นตอนที่ 3 — กำหนดขนาดเองด้วย Custom
- ในดรอปดาวน์เดียวกัน เลือก Custom (กำหนดเอง) ที่อยู่ล่างสุดของรายการ
- กรอกตัวเลข ความกว้าง และ ความสูง ลงในช่องสองช่องที่ปรากฏขึ้น
- เลือกหน่วยวัดจากดรอปดาวน์ข้างๆ ซึ่งรองรับ นิ้ว (Inches), เซนติเมตร (Centimeters), พอยต์ (Points) และพิกเซล (Pixels)
- กด OK เพื่อบันทึก โดยงานที่วางไว้แล้วจะถูกปรับตำแหน่งตามกรอบใหม่
ตัวอย่างค่าที่ใช้บ่อยเมื่อตั้ง Custom เช่น เอกสาร A4 แนวตั้งใช้ 21 x 29.7 เซนติเมตร (แนวนอนสลับเป็น 29.7 x 21) ส่วนภาพสี่เหลี่ยมจัตุรัสสำหรับโซเชียลมีเดียมักตั้งเป็นพิกเซลเท่ากันทั้งสองด้าน เช่น 1080 x 1080 พิกเซล
ขั้นตอนที่ 4 — เปลี่ยนหน่วยวัดที่ใช้ในไฟล์
ถ้าคุ้นกับเซนติเมตรมากกว่านิ้ว สามารถเปลี่ยนหน่วยเริ่มต้นได้ที่
- คลิกเมนู Tools (เครื่องมือ) แล้วเลือก Preferences (การตั้งค่า)
- ติ๊กช่อง Use measurement unit preferences
- เลือกหน่วยที่ต้องการระหว่าง นิ้ว, เซนติเมตร หรือ พิกเซล
- อีกวิธีคือคลิกที่ไม้บรรทัดในหน้าจอแก้ไข แล้วเลือกเปลี่ยนหน่วยจากเมนูที่ขึ้นมา
ข้อควรรู้ในการเลือกขนาดสไลด์ให้เหมาะกับงาน
เลือกขนาดจาก “ปลายทาง” ของงานเสมอ ไม่ใช่จากความเคยชิน คำถามง่ายๆ คือ สไลด์นี้จะไปจบที่จอ กระดาษ หรือฟีดโซเชียล
งานฉายบนจอและห้องประชุม
ใช้ 16:9 เป็นค่าเริ่มต้น หากงานจะไปฉายในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ควรถามผู้จัดล่วงหน้าว่าจอรองรับสัดส่วนใด เพราะการเปลี่ยนขนาดหน้างานมักทำให้เลย์เอาต์เพี้ยน
งานที่ต้องพิมพ์หรือแจกเป็นเอกสาร
ถ้าสไลด์จะถูกพิมพ์เป็นเอกสารแจก ตั้ง Custom เป็นขนาด A4 ตั้งแต่แรกจะได้ผลลัพธ์สะอาดกว่าการพิมพ์สไลด์ 16:9 ลงกระดาษ A4 ซึ่งจะเหลือขอบว่างด้านบนและล่างมาก
ภาพสำหรับโซเชียลมีเดีย
กำหนดหน่วยเป็นพิกเซลแล้วใส่ขนาดตามที่แต่ละแพลตฟอร์มแนะนำ วิธีนี้ทำให้ภาพที่ดาวน์โหลดออกมามีสัดส่วนตรงตามต้องการโดยไม่ต้องครอปซ้ำ ควรตรวจสอบขนาดที่แพลตฟอร์มแนะนำในขณะนั้นอีกครั้ง เพราะมีการปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ
ระวังการเปลี่ยนขนาดหลังทำสไลด์เสร็จแล้ว
การเปลี่ยนสัดส่วนหลังจากจัดวางเนื้อหาไปมากแล้วคือสาเหตุอันดับต้นๆ ของงานเพี้ยน เพราะกรอบสไลด์เปลี่ยนไปแต่วัตถุแต่ละชิ้นไม่ได้ขยับตามอย่างที่คาดเสมอไป ข้อควรระวังคือ
- ตั้งขนาดให้เสร็จก่อนเริ่มจัดวางเนื้อหาจริง
- หากจำเป็นต้องเปลี่ยนกลางทาง ให้ทำสำเนาไฟล์ไว้ก่อน (File > Make a copy) แล้วค่อยแก้ในไฟล์สำเนา
- หลังเปลี่ยนขนาด ให้ไล่ตรวจทุกสไลด์ โดยเฉพาะรูปภาพที่อาจถูกยืดจนสัดส่วนผิด และข้อความที่อาจล้นออกนอกกรอบ
- ตรวจสไลด์ต้นแบบ (Theme หรือ Master) ด้วย เพราะองค์ประกอบพื้นหลังมักเป็นจุดที่เพี้ยนก่อนใคร
สรุป
Google Slides คือเครื่องมือทำงานนำเสนอออนไลน์ที่ใช้ฟรี บันทึกอัตโนมัติบนคลาวด์ และเด่นเรื่องการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ ส่วนการตั้งค่าขนาด Google Slide ทำได้ที่เมนู File > Page setup ซึ่งมีสัดส่วนสำเร็จรูปให้เลือกทั้ง 4:3, 16:9 และ 16:10 พร้อมโหมด Custom ที่ระบุขนาดเองได้ทั้งหน่วยนิ้ว เซนติเมตร พอยต์ และพิกเซล หลักสำคัญที่สุดคือกำหนดขนาดให้ตรงกับปลายทางของงานตั้งแต่ก่อนลงมือจัดวางเนื้อหา เท่านี้ก็ตัดปัญหางานเพี้ยนและเสียเวลาแก้ทีหลังไปได้เกือบทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ขนาดเริ่มต้นของ Google Slides คือเท่าไร
ไฟล์งานนำเสนอที่สร้างใหม่จะใช้สัดส่วนจอกว้าง 16:9 ซึ่งโดยทั่วไปมีขนาดราว 10 x 5.63 นิ้ว เป็นสัดส่วนที่ตรงกับจอคอมพิวเตอร์และโปรเจกเตอร์สมัยใหม่ส่วนใหญ่
เปลี่ยนขนาดเฉพาะบางสไลด์ในไฟล์เดียวกันได้ไหม
ไม่ได้ การตั้งค่าใน Page setup จะมีผลกับทุกสไลด์ในไฟล์นั้นพร้อมกัน หากต้องการงานหลายขนาดต้องแยกเป็นคนละไฟล์
ตั้งค่าขนาดสไลด์บนแอปมือถือได้หรือไม่
เมนู Page setup ใช้งานได้ตรงไปตรงมาบนเวอร์ชันเว็บผ่านคอมพิวเตอร์ วิธีที่ง่ายที่สุดคือตั้งขนาดให้เรียบร้อยจากคอมพิวเตอร์ก่อน แล้วจึงเปิดไฟล์เดิมแก้ไขเนื้อหาต่อบนแอปมือถือ
เปลี่ยนจาก 16:9 เป็น 4:3 แล้วรูปภาพเพี้ยน ต้องแก้อย่างไร
ให้ไล่ตรวจทีละสไลด์แล้วปรับตำแหน่งและขนาดของรูปใหม่ พร้อมตรึงสัดส่วนขณะย่อขยายเพื่อไม่ให้ภาพถูกยืด วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือกำหนดขนาดให้ถูกต้องตั้งแต่ก่อนเริ่มจัดวางเนื้อหา
ต้องการทำเอกสาร A4 ใน Google Slides ต้องตั้งค่าอย่างไร
เข้า File > Page setup เลือก Custom เปลี่ยนหน่วยเป็นเซนติเมตร แล้วกรอก 21 x 29.7 สำหรับแนวตั้ง หรือ 29.7 x 21 สำหรับแนวนอน จากนั้นกด OK





